อัปเดตสินเชื่อ รีไฟแนนซ์ บ้าน ปี 2565

รีไฟแนนซ์

รีไฟแนนซ์ บ้าน (Refinance) คือ การทำสัญญาสินเชื่อกู้ซื้อที่อยู่อาศัยกับอีกธนาคารหนึ่ง เมื่อเกิดการสิ้นสุดสัญญาสินเชื่อที่มีอยู่กับธนาคารหนึ่งไปแล้ว โดยผู้ขอสินเชื่อสามารถเลือกธนาคารได้เองตามแต่ว่าธนาคารใดจะให้ข้อเสนอที่น่าจูงใจมากกว่ากัน โดยส่วนใหญ่จะมีการ รีไฟแนนซ์ หรือขอลดดอกเบี้ยบ้าน ก็ต่อเมื่อผ่อนบ้านไปแล้ว 3 ปีขึ้นไปหรือตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญากู้บ้าน ดังนั้นการรีไฟแนนซ์จึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากช่วยลดดอกเบี้ยบ้าน และภาระในการผ่อนได้

 

8 ธนาคารชั้นนำ กับอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ สินเชื่อบ้าน – คอนโด

  1. ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB)

สินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์ ของธนาคารทหารไทยชาต แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มลูกค้าทั่วไป และกลุ่มลูกค้าที่รับเงินเดือนผ่านบัญชี TTB (Payroll) โดยสำหรับกลุ่มลูกค้าทั่วไป จะมีอัตราสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน เฉลี่ย 3 ปีแรก ต่ำสุดอยู่ที่ 2.75 % ส่วนกลุ่มลูกค้าที่รับเงินเดือนผ่านบัญชี TTB (Payroll) จะมีอัตราสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเฉลี่ย 3 ปีแรก ต่ำสุดอยู่ที่ 2.64% โดยต้องมีวงเงินขั้นต่ำ 500,000 บาท และสูงสุดไม่เกิน 50,000,000 บาท 

ส่วนกรณีรีไฟแนนซ์บ้านพร้อมที่ดิน หรือ ห้องชุดคอนโดมิเนียม ราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท วงเงินเท่ากับยอดหนี้เดิม หรือ สูงสุดไม่เกิน 95% ของราคาที่ทางธนาคารประเมิน และในกรณีที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้านพร้อมที่ดิน หรือ ห้องชุดคอนโดมิเนียม ที่มีราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป วงเงินเท่ากับยอดหนี้เดิม หรือ สูงสุดไม่เกิน 90% ของราคาที่ทางธนาคารประเมิน จะให้ระยะเวลากู้ได้นานสูงสุดถึง 35 ปี ทั้งนี้ เมื่อรวมกับอายุผู้ที่ต้องการกู้แล้ว ต้องไม่เกิน 65 ปีนะ เป็นอีกหนึ่งธนาคารที่น่าสนใจมากๆ

  1. ธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank)

ธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เป็นหนึ่งในสถาบันทางการเงินที่มีทางเลือกของสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านที่หลากหลายที่สุด และมีอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านเฉลี่ยต่ำสุด 3 ปีแรกอยู่ที่ 2.60% เท่านั้น โดยการขอลดดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคาร จะให้วงเงินกู้สูงสุดอยู่ที่ 100% ของราคาประเมิน ซึ่งผู้ที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ในการกู้สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ผู้กู้จะต้องมีรายได้ตั้งแต่ 75,000 บาทต่อเดือนขึ้นไปเท่านั้น

  1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (G H Bank)

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านของธนาคารอาคารสงเคราะห์ มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำสุดอยู่ที่ 2.83% โดยมีเงื่อนไขเฉพาะสำหรับกลุ่มลูกค้าสวัสดิการ โดยให้วงเงินกู้สูงสุดตามเกณฑ์หลักประกัน และตามเกณฑ์รายได้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติงานสินเชื่อของธนาคาร นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าทั่วไป อัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์เฉลี่ย 3 ปีแรกจะอยู่ที่ 2.93% และให้วงเงินสูงสุดตามเกณฑ์หลักประกัน และตามเกณฑ์รายได้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติงานสินเชื่อของธนาคาร 

  1. ธนาคารกรุงเทพ (BBL)

สำหรับอัตราดอกเบี้ย รีไฟแนนซ์ บ้าน ของนาคารกรุงเทพ ดอกเยี้ยเฉลี่ยต่ำสุด 3 ปีแรกจะอยู่ที่ 3.12% โดยให้วงเงินกู้ได้สูงสุดเท่ากับ 100% ของภาระหนี้คงเหลือทั้งหมด แต่มีเงื่อนไขให้อนุมัติกับวงเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป และอยู่ในกรณีของการทำประกันคุ้มครองสินเชื่อเท่านั้น

  1. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY)

สำหรับการขอลดดอกเบี้ยบ้าน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ รีไฟแนนซ์ บ้านเฉลี่ยต่ำสุด 3 ปีอยู่ที่ 2.75% เท่านั้น โดยมีเงื่อนไขสำหรับหลักประกัน ประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม ห้องชุดพักอาศัย ที่มีราคาตั้งแต่ 1.5 ล้านบาทขึ้นไป และให้วงเงินกู้ได้สูงสุดที่ 100% ของราคาประเมิน สามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 30 ปี (ซึ่งระยะเวลาผ่อนชำระรวมกับอายุผู้กู้แล้วต้องไม่เกิน 65 ปี)

  1. ธนาคารกรุงไทย (KTB)

สินเชื่อ รีไฟแนนซ์ บ้านของธนาคารกรุงไทย มีจุดเด่นที่อัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 2.67% ต่อปี  แถมฟรีค่าธรรมเนียมยื่นกู้ โดยมีให้เลือก 2 รูปแบบหลักๆ นั่นคือ สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านแบบทำประกัน และ สินเชื่อ รีไฟแนนซ์ บ้านแบบไม่ทำประกัน ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบนี้ มีอัตราดอกเบี้ยต่างกันออกไป โดย ธนาคารกรุงไทย (KTB) มีสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ในกรณีของการทำประกันคุ้มครองเงินกู้เป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 2.67% ตลอด 3 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งธนาคารที่น่าจับตามอง

  1. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)

หากเป็นสินเชื่อทั่วไปที่รีไฟแนนซ์จากสถาบันการเงินอื่น แล้วมาขอขอลดดอกเบี้ยบ้านกับธนาคารไทยพาณิชย์ จะมีอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านเฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำสุดอยู่ที่ 4.90% เลยทีเดียว โดยมีเงื่อนไขในการทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อมากกว่า 70% และมีวงเงินที่ให้กู้ได้สูงสุดต้องไม่เกินวงเงินสินเชื่อเคหะเท่ายอดหนี้เดิมของวงเงินกู้

  1. ธนาคารกสิกรไทย (Kbank)

การขอลดดอกเบี้ยบ้านของธนาคารกสิกรไทย มีอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ในช่วง 3 ปีแรก ให้วงเงินกู้ได้สูงสุด 100% ของมูลค่าหลักประกัน  หรือ ขึ้นอยู่กับตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของธนาคาร และมีระยะเวลาให้กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 30 ปี โดยผู้กู้ต้องมีอายุไม่เกิน 70 ปี

 

รีไฟแนนซ์

 

8 ขั้นตอนง่ายๆ รีไฟแนนซ์บ้านให้ผ่านฉลุย

  1. ติดต่อกับธนาคารเดิม เพื่อขอรายการสรุปยอดหนี้สินเชื่อบ้านที่ต้องการ รีไฟแนนซ์ โดยค่าใช้จ่ายในขั้นนี้ขึ้นอยู่กับธนาคารนั้นๆ หรือบางธนาคารอาจไม่มีค่าใช้จ่าย
  2. หลังจากที่ได้รายการยอดหนี้ที่ต้องการแล้ว ก็นำเอกสารดังกล่าวไปยื่นขอ รีไฟแนนซ์ บ้านกับธนาคารใหม่ (ในกรณีที่คุณพิจารณาแล้วว่า การรีเทนชั่นอาจจะคุ้มกว่าก็สามารถยื่นกับธนาคารเดิมได้)
  3. ไม่ต่างกับการกู้ซื้อบ้านที่เคยทำในช่วงแรก เจ้าหน้าที่จะต้องเข้ามาประเมินบ้าน หรือ ทรัพย์สินที่เราต้องการ รีไฟแนนซ์
  4. รอฟังผลการอนุมัติการรีไฟแนนซ์จากธนาคาร
  5. หากได้รับการอนุมัติสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านแล้ว ให้เดินหน้าติดต่อกับธนาคารเก่า เพื่อนัดวันไถ่ถอนที่สำนักงานที่ดิน โดยนำเอกสารไปไถ่ถอนบ้านจากสินเชื่อเดิม คิดยอดที่ต้องจ่ายเป็นเงินต้นบวกดอกเบี้ย (นับจนถึงวันไถ่ถอน)
  6. ติดต่อกับธนาคารใหม่ที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อทำสัญญาสินเชื่อใหม่ โดยนัดวันทำสัญญา และโอนบ้านที่ใช้จำนอง อย่าลืมนัดทั้ง 2 ธนาคารให้มาภายในวันเดียวกัน เพื่อชำระหนี้
  7. เดินทางไปที่สำนักงานที่ดิน ณ เขตที่ตั้งของทรัพย์สิน เพื่อทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ โดยมีเจ้าหน้าที่จากทั้งสองธนาคารไปด้วยเท่านั้น ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการรีไฟแนนซ์บ้าน
  8. ขั้นตอนสุดท้าย มอบโฉนดที่ได้มาจากสำนักงานที่ดินให้แก่ธนาคารใหม่ เท่านี้การรีไฟแนนซ์บ้านก็เป็นอันเสร็จสิ้น

 

ข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้าน

  1. สามารถหักเงินต้นได้มากขึ้น เมื่อภาระดอกเบี้ยการ รีไฟแนนซ์ บ้านน้อยลง ค่าผ่อนบ้านในแต่ละเดือนก็จะถูกนำไปหักเงินต้นคงเหลือได้มากยิ่งขึ้น ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในเดือนต่อไปก็จะลดลงไปอีก ตัวอย่างเช่น ผู้ขอสินเชื่อผ่อนบ้านเดือนละ 20,000 บาท ในสัญญาเดิมต้องหักดอกเบี้ย 12,000 บาท เหลือหักต้นเพียง 8,000 บาท แต่สัญญาใหม่หักดอกเบี้ย 7,000 บาท ก็จะเหลือหักต้นเพิ่มขึ้นเป็น 13,000 บาท เป็นต้น
  2. เมื่อค่าผ่อนบ้านที่น้อยลง สัญญาใหม่จะเป็นไปตามการประเมินจากธนาคาร และตามการตกลงของผู้ขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ซึ่งอาจทำให้ค่าผ่อนบ้านในสัญญาใหม่ของผู้ขอสินเชื่อลดลงตามไปด้วย เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านลดลง หรือ การขยายระยะเวลาในสัญญาใหม่นานขึ้น ตัวอย่างเช่น สัญญาเก่าผ่อนเดือนละ 20,000 บาท เหลือ 25 ปี สัญญาใหม่ที่ขยายเวลาเป็น 30 ปีทำให้เหลือผ่อนเพียงเดือนละ 15,000 บาท เป็นต้น
  3. ลดดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านที่ต้องเสีย ดอกเบี้ยที่ถูกลงถือเป็นประโยชน์หลักที่เห็นได้ชัดที่สุดหากอัตราดอกเบี้ยผ่อนบ้านของธนาคารใหม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยของธนาคารเก่า อาทิ สัญญาเดิมมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6.5 แต่สัญญาใหม่มีอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 3.5 เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง จำนวนดอกเบี้ยที่ต้องเสียต่อเดือนและดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญาก็จะลดลงตามไปด้วยเช่นกัน

 

สรุป

ทั้งนี้การ รีไฟแนนซ์ หรือขอลดดอกเบี้ยบ้านนั้น สามารถช่วยประหยัดดอกเบี้ยให้ผู้ขอสินเชื่อได้อย่างมากก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่า การ รีไฟแนนซ์ จะสามารถช่วยลดดอกเบี้ยได้เสมอไป ดังนั้นก่อนจะทำการ รีไฟแนนซ์ แนะนำให้ผู้ขอสินเชื่อศึกษารายละเอียดของสินเชื่ออย่างละเอียดรอบคอบก่อน โดยประเด็นหลักที่จะต้องพิจารณา คือ อัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสินเชื่อของสินเชื่อการ รีไฟแนนซ์ จะต้องต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยตลอดสินเชื่อปัจจุบัน

อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการ รีไฟแนนซ์ ไม่ว่าจะเป็น ค่าธรรมเนียมการจดจำนอง ค่าอากร ค่าประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ รวมไปถึงค่าประกันอัคคีภัย หรือ ประกันสินเชื่อ (MRTA) ซึ่งมีเงื่อนไขแตกต่างกันตามแต่ละธนาคาร ที่สำคัญอย่าลืมต้องตรวจสอบเงื่อนไขการไถ่ถอนสินเชื่อจากธนาคารเดิมด้วยว่า กำหนดให้ผู้ขอสินเชื่อสามารถรีไฟแนนซ์ได้ตั้งแต่ปีที่เท่าไรของการกู้ ไม่เช่นนั้น ผู้กู้จะต้องถูกปรับจากธนาคารเดิม หากผู้ขอสินเชื่อไถ่ถอนหนี้ก่อนกำหนด